01/04/2020
Wash From Home สระผมเองที่บ้านยังไง ให้สวยเหมือนออกจากร้านซาลอน
01/04/2020
Wash From Home สระผมเองที่บ้านยังไง ให้สวยเหมือนออกจากร้านซาลอน

ในช่วงที่สถานการณ์โควิด-19 ยังไม่คลี่คลาย ซาลอนหลายร้านก็เลยยังต้องปิดชั่วคราวเพื่อความปลอดภัยของทุกคน มิลบอนเชื่อว่าสาวๆ หลายคนต้องเปลี่ยนกิจวัตรการสระผมใหม่ จากที่เคยไปร้านซาลอนแป๊บเดียว ออกมาก็สวยเลย แต่กลับต้องมาสระผมเองที่บ้าน แล้วยังไม่ได้ผลลัพธ์เหมือนที่ช่างสระให้อีก มาค่ะ!! มิลบอนขอแชร์เทคนิคที่จะทำให้การสระผมเองไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป 


การสระผม
การจะสระผมเองให้สะอาดจนศีรษะเบาสบายเหมือนที่ร้านทำให้นั้น "การล้างผมด้วยน้ำสะอาด" ให้ทั่วถึง ก่อนลงแชมพูประมาณ 1-2 นาที สำคัญมากเลยนะคะ เพราะนอกจากจะช่วยทำความสะอาดฝุ่นที่เกาะกับเส้นผมให้หลุดออกก่อนแล้ว ยังทำให้เส้นผมอ่อนตัว แชมพูเกิดฟองง่าย และทำให้สารบำรุงเข้าไปสู่ภายในเส้นผมได้ง่ายขึ้น 

ส่วนการใช้ทรีตเมนต์นั้น ควรใช้ในปริมาณที่พอเหมาะและเน้นนวดที่ปลายผมเท่านั้น ห้ามให้โดนหนังศีรษะเด็ดขาด เพื่อไม่ให้ทรีตเมนต์เกิดการตกค้าง ใช้เวลานวดสัก 2-3 นาทีจนรู้สึกว่าเส้นผมนุ่มลื่น สางง่ายแล้วค่อยล้างออก 

Tips  เพื่อการสระผมให้สะอาดอย่างแท้จริง นอกจากจะสระผมให้ทั่วและล้างแชมพูออกให้หมดจดแล้ว อย่าลืมใช้นิ้วมือทั้งสองข้างนวดที่หนังศีรษะวนเป็นวงกลมให้ทั่ว เพื่อจะได้ชะล้างเหงื่อและไขมันอุดตันที่หนังศีรษะให้หลุดออก และถ้าต้องการให้การหมุนเวียนโลหิตดีขึ้น แนะนำให้นวดที่หนังศีรษะในขั้นตอนการสระผมได้เลย (ห้ามใช้เล็บ) เพิ่มสัก 2-3 นาที เพราะนอกจากจะทำให้หนังศีรษะสะอาดขึ้นแล้ว ยังช่วยชะลอปัญหาเอจจิ้งของหนังศีรษะและลดการหลุดร่วงของเส้นผมด้วย (ควรนวดในขั้นตอนสระผมเท่านั้น ไม่แนะนำให้นวดศีรษะตอนลงทรีตเมนต์แล้ว เพราะจะทำให้ทรีตเมนต์โดนหนังศีรษะได้)
 
การล้างผม
เป็นขั้นตอนที่สำคัญไม่แพ้กับการสระผมเลยค่ะ เพราะถ้าเราล้างผมไม่ถูกวิธี ก็จะทำให้เกิดการตกค้างแล้วจะทำให้เกิดปัญหาตามมา ทั้งหนังศีรษะอักเสบ แสบ คัน รังแค ซึ่งปกติร้านซาลอนจะล้างให้เราสะอาดอยู่แล้ว แต่ถ้าถึงคราวที่เราต้องทำเอง มิลบอนแนะนำให้ก้มหัวในขณะล้าง และเน้นล้างบริเวณท้ายทอยรวมถึงหลังใบหูให้สะอาด หรือถ้าใครที่ไม่ถนัดก้มหัว ก็แนะนำให้ใช้ฝักบัวใส่ไปข้างในเส้นผมบริเวณท้ายทอย เพราะเป็นส่วนที่แชมพูและทรีตเมนต์ตกค้างอยู่บริเวณนั้นมากที่สุด และควรใช้เวลาอย่างน้อย 3-5 นาทีในการล้างผมนะคะ เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีสิ่งตกค้างที่ผมของเราแล้วแน่นอน

ข้อควรระวัง หลังจากสระผมเสร็จแล้ว ควรเป่าผมให้แห้งในทันที และไม่ควรปล่อยให้ผมแห้งเอง หรือทิ้งไว้นานเพราะจะทำให้เกิดความชื้นและหนังศีรษะเกิดการหมักหมมและอักเสบได้ ที่สำคัญการเป่าผมด้วยพัดลมจะทำให้ผมพันกันและชี้ฟูได้นะคะ

การบำรุงผมด้วยลีฟอินทรีตเมนต์
ถ้าสังเกตให้ดี เราจะเห็นว่าช่างผมมักจะมี "ลีฟอินทรีตเมนต์" ไว้ข้างกายอยู่เสมอ ไม่ว่าจะก่อนไดร์ผม ไปจนถึงตอนจบงาน นั่นก็เป็นเพราะว่า ลีฟอินทรีตเมนต์สามารถเข้าไปบำรุงเส้นผมเราได้อย่างล้ำลึก จึงมอบสัมผัสนุ่มมือให้เราฟิน และยังช่วยป้องกันเส้นผมจากความร้อนได้อีกด้วย ยังไม่หมดแค่นี้นะคะ ลีฟอินทรีตเมนต์ยังมีส่วนช่วยให้จัดทรงง่ายขึ้นอีกด้วย จึงช่วยประหยัดเวลาให้ช่างผมได้อีกเยอะ เห็นประโยชน์ของ "ลีฟอินทรีตเมนต์" มากมายขนาดนี้แล้ว สาวๆ ไม่มีติดโต๊ะเครื่องแป้งไว้ไม่ได้แล้วนะคะ

TIPS
ปริมาณการใช้ลีฟอินทรีตเมนต์ที่เหมาะสมคือ ผมสั้น-ประบ่า 1 ปั๊ม / ผมยาว 1- 2 ปั๊ม เน้นบริเวณกลางผมจรดปลาย และควรวอร์มลีฟอินทรีตเมนต์ให้ทั่วฝ่ามือและระหว่างนิ้วก่อนใส่ผม เพื่อให้เนื้อลีฟอินทรีตเมนต์กระจายได้ทั่วถึง และไม่จับตัวเป็นก้อนจนทำให้เกิดความเหนียวเหนอะหนะเป็นจุดๆ

Milbon Recommended
Elujuda Graceon ลีฟอินทรีตเมนต์ที่ทำให้การจัดแต่งทรงผมสไตล์ผมนุ่มปลายงุ้มสวย ง่ายเพียงแค่ไดร์ ด้วยพลังสารบำรุงพิเศษจากธรรมชาติ และเทคโนโลยี Grace Blend Technology ที่ทำให้ผมนุ่มสลวยและปลายโค้งมนได้อย่างง่ายดาย

การจัดแต่งผมด้วยความร้อน
มาถึงขั้นตอนวัดใจแล้วค่ะว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นอย่างไร ซึ่งบอกก่อนว่าอันนี้ขึ้นอยู่กับการหมั่นฝึกฝนและความถนัดของแต่ละคนเลยค่ะ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ ต้องระวังไม่ให้ผมเกิดความเสียหายจากความร้อนมากเกินไป โดยผมที่ผ่านการทำเคมีและคนที่มีผมเส้นเล็ก อุณหูมิที่เหมาะสมต้องไม่เกิน 150 องศาเซลเซียส แต่ถ้าเส้นผมปกติทั่วไป แนะนำให้ใช้ความร้อนระหว่าง 150-180 องศาเซลเซียสค่ะ 

Milbon Recommended
Jemile Fran Heatgloss แชมพูและทรีตเมนต์ที่จะเปลี่ยนความคิดที่คุณมีต่อความร้อนไปตลอดกาล ด้วยเทคโนโลยี Heatgloss PPT ที่ให้เส้นผมเจิดจรัสทุกครั้งที่สัมผัสกับความร้อน ด้วยการเข้าไปยึดเกาะและซ่อมแซมเส้นผมที่เสียหาย และทำปฏิกิริยากับความร้อนและหลอมละลายกลายเป็นแผ่นฟิล์มบางๆ ที่สร้างความเงางามให้เส้นผมได้ทุกวันโดยไม่กลัวผมเสีย

keyboard_arrow_up